ทัพ “สิงโตคำราม” ปิดฉากฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างสวยงาม หลังเอาชนะ ฝรั่งเศส ไปแบบสุดมันส์ 6-4 โดย บูคาโย่ ซาก้า เหมาสามประตูทำแฮตทริกพา อังกฤษ คว้าอันดับ 3 ไปครอง ซึ่งถือเป็นผลงานดีที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่การคว้าแชมป์โลกครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 1966

 ฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงอันดับ 3 เมือวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 เป็นการพบกันของสองทีมที่อกหักชวดเข้าไปชิงชนะเลิศ ระหว่าง ฝรั่งเศส พบกับ อังกฤษ โดยทัพตราไก่ผิดหวังหลังพ่าย สเปน 0-2 ขณะที่ สิงโตคำราม พ่ายให้แชมป์เก่า อาร์เจนตินา 1-2

ฟุตบอลโลก2026

เพียงแค่ 3 นาทีแรก กลายเป็น อังกฤษ ที่ชิงขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ เดซีเร่ ดูเอ้ จ่ายบอลพลาดโดน เดแคลน ไรซ์ ตัดบอลได้กลางสนามก่อนลากขึ้นมาแล้วปั่นนอกกรอบเข้าไปอย่างสวยงาม

นาที 11 ทัพตราไก่ได้โอกาสลุ้นตีเสมอบ้างหลัง ไรยัน แชร์กี้ ได้กดเน้นๆกลางประตูแต่บอลยังไปตรงตัว ดีน เฮนเดอร์สัน 

จากนั้นอีกนาทีถัดมา บูคาโย่ ซาก้า หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบก่อนดึงเข้าซ้ายข้างถนัดแล้วซัดเสียบมุมอย่างสวยงาม ทว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของสตาร์จากอาร์เซน่อลเสียก่อน ชวดได้เม็ดสองนำห่างอย่างน่าเสียดาย

“สิงโตคำราม” ยังเล่นกันอย่างสุดคึก นาที 18 มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ ไรซ์ เตะมุมทางฝั่งซ้ายเข้ามาให้ เอซรี คอนซ่า เทกตัวสะบัดโขกเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด ขณะที่ เดแคลน ไรซ์ ทั้งยิง และจ่ายทำให้มีส่วนกับทั้งสองประตูในเกมนี้

ลูกทีมของ ทูเคิ่ล ยังเดินหน้าลุยต่อเนื่อง นาที 33 มาร์คัส แรชฟอร์ด ดึงหลอกหนี วาร์เรน ซาอีร์-เอเมอรี่ ก่อนซัดเต็มแรงนอกกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ  ไมค์ เมนญอง ทุบบอลออกไปได้

จากนั้นอีกสองนาทีต่อมา คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ติดเครื่องลากเข้ามาซัดในกรอบด้วยขวาแต่ยังไม่ห่างมือ ดีน เฮนเดอร์สัน ปัดบอลออกไปหวุดหวิด

 

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาที 45+2 อังกฤษ มาหนีไปไกลถึง 4-0 หลัง เอเซ่ จ่ายให้ บูคาโย่ ซาก้า ซัดเข้าไปตุงตาข่าย และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

ครึ่งหลัง ฝรั่งเศส เปลี่ยน 4 คนรวดส่งตัวหลักๆ ทั้ง บาร์คโคล่า, เดมเบเล่, ลูก้าส์ ดีญ และอูปาเมกาโน่ ลงมา

นาที 48 ทัพตราไก่มาตีไข่แตกได้สำเร็จหลัง ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ผ่านบอลให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หลุดเข้าไปซัดนิ่มๆ เสียบตาข่ายพาฝรั่งเศสไล่มาห่างๆ 1-4 และเป็นประตูที่ 9 ในทัวร์นาเมนต์นี้นำดาวซัลโวแบบเดี่ยวๆ

นาที 54 ฝรั่งเศส มาได้เม็ดที่สองไล่มาเป็น 2-4 บอลขึ้นทางซ้ายจากจังหวะแทงทะลุของ เอ็มบัปเป้ ตัดหลังแนวรับสิงโตคำรามให้ แบรดลีย์ บาร์โคล่าหลุดเข้าไปซัดผ่านมือ เฮนเดอร์สัน ไม่เหลือ

ยิงเล่นยิ่งได้ใจ ฝรั่งเศส โหมบุกขึ้นมาอีกครั้ง และนาที 66 แฟนตราไก่ได้เฮกันลั่นเมื่อ โอลีเซ่ แทงบอลให้ เอ็มบัปเป้ หลุดเข้าไปซัดตุงตาข่ายพา ฝรั่งเศส ไล่มาเป็น 3-4

นาที 80 ตราไก่น่าประตูตีเสมอหลังเล่นกันหน้าประตูอย่างสุดสวยหลัง เดมเบเล่ ไหลให้ โอลีเซ่ ได้ยิงโล่งๆเสาแรกแต่ซัดหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อทำให้ชวดไล่ตีเสมออย่างน่าเสียดาย

ก่อนนาที 85 อังกฤษ มาได้ลูกที่จุดโทษหลัง เจด สเปนซ์ ใช้ความเร็วควบไปในเขตโทษก่อนโดน มาโล กุสโต้ เข้าไปเสียบด้านหลังจนผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันทีและเป็น จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ลงมาเป็นสำรองยิงเข้าไปพาอังกฤษ หนีห่าง 5-3

กระนั้นช่วงทดเจ็บ นาที 90+6 ตราไก่มาฮึดไล่มาเป็น 4-5 จากการหลุดเข้าไปซัดของ อุสมาน เดมเบเล่ ทำให้เกมต้องลุ้นแบบใจหายใจคว่ำ กระนั้นอีกสองนาทีต่อมา นาที 90+8 จู๊ด เบลลิงแฮม โชว์ความเยือกเย็นหนีแนวรับฝรั่งเศสก่อนซัดปิดกล่องเข้าไปพาอังกฤษ เอาชนะ ฝรั่งเศส ไปอย่างสุดมันส์ 6-4 คว้าอันดับ 3 ไปครอง ซึ่งถือเป็นผลงานดีที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่การคว้าแชมป์โลกครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 1966

ส่วน ฝรั่งเศส ต้องจบอันดับ 4 เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ ต่อจากปี 1982 พร้อมกับการลุ้นดาวซัลโวของ เอ็มบัปเป้ ที่ยิงไปแล้ว 10 ประตูในทัวร์นาเมนท์นี้

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : 16 ไมค์ เมนญอง – 2 มาโล กุสโต้, 15 อิบราฮิมา โกนาเต้, 26 มักซ็องซ์ ลาครัวซ์, 19 เตโอ แอร์กน็องเดซ – 18 วาร์เรน ซาอีร์-เอเมอรี่, 14 อาเดรียง ราบิโอต์ – 11 ไมเคิล โอลีเซ่, 24 ไรยัน แชร์กี, 20 เดซีเร่ ดูเอ้ – 10 คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (กัปตันทีม)

อังกฤษ (4-2-3-1) : 13 ดีน เฮนเดอร์สัน – 26 จาเรลล์ ควอนซาห์, 2 เอซรี คอนซ่า, 6 มาร์ค เกอี, 25 เจด สเปนซ์ – 4 เดแคลน ไรซ์ (กัปตันทีม), 21 เอเบเรชี เอเซ่ – 7 บูคาโย่ ซาก้า, 17 มอร์แกน โรเจอร์ส, 11 มาร์คัส แรชฟอร์ด – 22 ไอแวน โทนีย์

https://ufabet365az.com/

สล็อต168 UFA168 แทงบอล168

สล็อต365 UFA365 แทงบอล365

UFA168 AMAZING168 สมัครฟรี คลิ๊กเลย ➢ seoteam.amazing168.me/registeret/register

สอบถามเพิ่มเติม 🆔 𝙇𝙄𝙉𝙀 : https://lin.ee/qxFKgtQ